It is currently Thu 29 Oct 2020 5:56 pm

All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 50 posts ]  Go to page Previous  1, 2
Author Message
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Sat 31 Jan 2015 8:25 pm 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
หยุดทานวิตามินทุกชนิด เพราะดูเหมือนว่าจะไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่ พออากาศเย็นๆแห้งๆก็เริ่มคันตามตัวอีก เหลือเพียงกินยาประดงก่อนอาหาร และยาเหงือกปลาหมอหลังอาหาร

080 Pradong.png 087 Sea Holly.png


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Sat 31 Jan 2015 8:32 pm 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
ยังเหลือแผลเปื่อยที่นิ้วโป้งขวาและแผลที่ข้อมือซ้ายได้ขยายวงกว้างมาก ไม่ยอมแห้งสักที มีน้ำเหลืองไหลตลอดเวลาและคัน
ลองใช้ทั้งผงพิเศษ ผงโยคี เบตาดีนแบบฉีดพ่นแห้งๆ ฟาร์มาดีน (Pharmadine) ก็ไม่ดีขึ้น

132.png 131.png
134.png 133.png


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Sat 31 Jan 2015 8:46 pm 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
ประมาณวันที่ 21 ม.ค. 2558 ได้ไปที่ร้านยาและเห็น Esperson จึงหยิบมาดู ตัวยา Desoximetasone 0.25% สรรพคุณ สำหรับผิวหนังอักเสบออกผื่น (eczema) โรคผิวหนังที่เกิดจากสารระคายเคืองหรือผื่นภูมิแพ้ (atopic dematitis) โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) ผิวไหม้เนื่องจากแสงแดด (first-degree burns)

เป็นยาสเตียรอยด์ ในรูปแบบขี้ผึ้งที่มีความแรงสูง แต่ทนไม่ไหวแล้วต้องยอมใช้อีกครั้ง หลังจากทาครั้งแรกก็ได้ผลเลย แห้ง จึงทาแค่ก่อนนอนวันละครั้ง ที่นิ้วโป้งขวาเพียงแค่ 3 วันก็หายสนิทหลังจากทนทรมาณมา 3 เดือน สำหรับที่ข้อมือซ้ายค่อยๆทารอบนอกเพื่อทดสอบก่อน ใช้เวลา 7 วันจึงหายหมด ช่วงวันแรกๆเหมือนสิวสเตียรอยด์ที่หน้าอกจะกำเริบโผล่มานิดหน่อยบางๆ แต่ก็หายไปเอง

136.png 135.png


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Sat 31 Jan 2015 10:33 pm 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
esperson1.jpg

esperson2.jpg


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Tue 17 Feb 2015 2:51 am 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
เมื่อทายา Esperson ได้ 2 อาทิตย์ก็หยุดใช้ หันมาลองวิ่งออกกำลังวันละ 15 นาที ช่วงแรกๆคันมากเวลาเหงื่อออก แต่พอวิ่งได้ 2 อาทิตย์เกิดปวดเข่าจึงได้หยุดวิ่ง ปรากฎว่าอาการคันหายไปมาก ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเข้าสู่หน้าร้อนหรือเปล่า (แมลงเม่าบิน) อากาศไม่แห้งแล้ว หรือจะเป็นเพราะร่างกายกระตุ้นภูมิมาซ่อมแซมร่างกาย

151.png


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Tue 17 Feb 2015 2:51 am 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
17 ก.พ. 2558

แผลเก่าที่ข้อมือซ้ายมีอาการแดงแต่ทรงตัว พยายามต่อสู้กันอย่างสุดกำลัง คันน้อยๆก็ทา Cadramine-V ยังไม่เห่อลุกลามใดๆ พยายามไม่เครียด ต้องรอให้ผิวหนังหนาขึ้นตามธรรมชาติ ใช้เวลาสักหน่อย อาการคันตามตัวมีนิดหน่อยเวลาเผลอเครียดๆ ยา Cetirizine กินบ้างไม่กินบ้าง ถ้าคืนไหนอาการแย่ก็ค่อยกิน สังเกตที่เล็บเป็นคลื่นๆเลย

138.png 137.png


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Tue 17 Feb 2015 2:51 am 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
มีนาคม - เมษายน 2558

ตรงข้อมือและนิ้วโป้งยังปกติดี แต่ยังคงมีอาการคันหน้าผากมาก คันตามตัว ยังไม่เป็นแผลน้ำเหลืองไหล ได้แต่รักษาตามอาการ ทายาบ้างและกิน Cetirizine ในบางคืน เนื่องจากยังมีอาการเจ็บเข่าจึงต้องพักการออกกำลังกายไว้ก่อน

ตัวยาทา Desoximetasone แรงมากๆ ได้ผลกว่า Betamethasone


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Sun 22 Feb 2015 9:13 pm 
Offline

Joined: Sun 22 Feb 2015 9:08 pm
Posts: 1
สวัสดีครับผมเองก็เป็นโรคนี้มานานครับ ตั้งแต่อาการแย่เลยจนตอนนี้ดีขึ้นมากแต่ก็ไม่หายนะครับ หายอย่างมากก็แค่อาทิตย์เดียว ตลอดเวลที่เป็นมาต้องพึ่งยาทาตลอดครับ เห็นคุณเขียวบทความละเอียดดีเลยอยากมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเป็นโรคนี้ครับ


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Tue 05 May 2015 9:10 am 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
อาการเจ็บหัวเข่า ยังหายไม่สนิท ได้เริ่มวิ่งเบาๆอีกครั้ง ปรากฎว่ากลับมาเจ็บมากขึ้น จึงได้ค้นคว้าว่าควรพักยาวเท่าไหร่ หมอบอกว่าควรพัก 2-3 เดือนให้หายสนิท และยังได้ความรู้อีกว่า หัวใจนั้นสามารถพัฒนาได้ดีกว่ากล้ามเนื้อ ดังนั้นคนที่ออกกำลังกายบ่อยๆแล้วไม่เหนื่อยก็จะคิดว่าตัวเองนั้นฟิตแข็งแรง เพิ่มระยะเวลาการออกกำลังกายไปเรื่อยๆ สุดท้ายกล้ามเนื้อจะบาดเจ็บ

สาเหตุที่เจ็บเข่าจากการวิ่ง (ถึงแม้จะวิ่งช้าๆก็ตาม) คือ การลงน้ำหนักด้วยส้นเท้า ขาจะตรง ทำให้มีแรงกระแทกส่งมายังเข่า ให้สังเกตเวลาวิ่งเท้าเปล่า คนเราจะลงน้ำหนักที่ปลายเท้าและขาจะงอเพื่อลดแรงกระแทก รองเท้าวิ่งก็เลยออกแบบให้ส้นเท้าหนา แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อคนใส่รองเท้าวิ่งก็ยังคงเอาส้นเท้าลงพื้นก่อนอยู่ดี จึงให้ตรวจสอบท่าวิ่งที่ถูกต้องก่อน

HeelStrike.png

เมื่อรู้อย่างนี้เราก็เลยเลิกวิ่ง หันมาออกกำลังแบบสมัยเรียนประถมมัธยม ท่าละ 10 - 20 วินาที กระโดดตบเป็นท่าที่เหมาะที่สุดง่ายที่สุด ทำให้เหนื่อยเร็ว หัวใจเต้นแรง ทำได้ง่ายๆในบ้าน ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ไม่ต้องขับรถไปถึงสวนสาธารณะ พอเหงื่อท่วมตัวโชกๆก็ให้หยุดได้ ถือว่าสำเร็จตามวัตถุประสงค์แล้วสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้

พยายามนอนให้ตรงเวลา เลิกทำทุกอย่างตอน 9:00PM อย่าเปิดไฟสว่าง ร่างกายจะรับรู้ว่าต้องเข้านอน สมองจะโล่งเบา
ตอนเช้าจะต้องออกไปรับแสงแดด เพื่อกระตุ้นเซลและระบบต่างๆในร่างกายให้ทำงานอย่างสมดุลย์ แล้วค่อยออกกำลังกายจนเหงื่อชุ่ม


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Fri 29 May 2015 9:18 pm 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
...


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Fri 29 May 2015 9:24 pm 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
29 พ.ค. 2558

อาการคันตามปีกไหล่ ซอกคอ สีข้างลำตัว ยังคงเป็นอยู่เรื่อยๆ พอหยุดยา Esperson ได้ 1 - 2 อาทิตย์ก็เป็นอีก โดยเฉพาะเวลาที่อาบน้ำ อาการจะกำเริบเวลาที่โดนน้ำ ช่วงนี้หน้าร้อนจำเป็นต้องอาบน้ำทุกวัน เช้า กลางวัน เย็น ค่ำ ที่หน้าผากและแก้มก็แดงคันๆตามสภาพ ต้องคอยทายา Esperson เรื่อยๆ ไม่รู้จะทำยังไงดี

Esperson 0.25% แบบขี้ผึ้ง 5g ราคาประมาณ 50 บาท
Topicorte 0.25% แบบครีม 15g ราคาประมาณ 125 บาท (ใช้แล้วเปลืองกว่า เนื่องจากเป็นครีมเหลวๆ)

183 Topicorte1.jpg

184 Topicorte2.jpg


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Tue 01 Dec 2015 5:57 pm 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
มิถุนายน 2558

เลิกธรรมชาติบำบัด หันมากินตามปกติ เพราะน้ำหนักลดมาก ได้กลิ่นน้ำมันมะพร้าวในกับข้าวแล้วจะอาเจียน กินข้าวไม่ลง กับข้าวไม่อร่อย ใช้น้ำมันรำข้าวคิงเหมือนเดิม
ออกกำลังกายนิดๆหน่อยๆในบ้านแทนการวิ่ง
ยังคงใช้น้ำมันมะพร้าวทาผิวเหมือนเดิมช่วยไม่ให้คันได้ ยังคงเหลืออาการผิวแดงคันบริเวณใบหน้า และบริเวณปีกไหล่ ข้อพับขา ช่วงนี้ต้องทา Esperson อาทิตย์ละครั้ง
เหลือความหวังสุดท้าย ปรับเวลานอนให้เป็นเวลา กินเป็นเวลา และห้ามเครียดทุกกรณี


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Tue 01 Dec 2015 6:00 pm 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
เทคนิคแก้อาการนอนไม่หลับ

ก่อนเวลานอน 3 ชม. ให้เลิกทำกิจกรรมใช้สมองทุกอย่าง ยอมเสียเวลาส่วนนี้ไปสำหรับ slow down สมอง
ปิดไฟ ฟังธรรมะหรือสารคดีพากษ์ไทยก็ได้ อนุญาตใช้ฟังได้อย่างเดียวเพื่อหลอกสมองไม่ให้คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆ

แนะนำสารคดี เอเลี่ยน อวกาศ โลกลึกลับโบราณ


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Tue 01 Dec 2015 6:03 pm 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
ตุลาคม 2558

การเลิกเครียดทุกกรณี ปล่อยวางทุกอย่าง และการปรับเวลากินนอนให้เป็นเวลา ส่งผลดีมาก อาการคันหายไปเยอะมาก ยังคงเหลือที่ใบหน้าอย่างเดียว
ช่วงนี้กินน้ำชาจีน ทำให้กินอาหารอร่อย และใช้ยาทา Systral cream แก้คัน ทาได้บ่อยเท่าที่ต้องการเพราะไม่มีสเตอรอยด์

170 Green Tea.png 027 Systral.jpg

ชาเขียวของโครงการหลวง ราคาประมาณ 150 บาท


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Tue 01 Dec 2015 7:20 pm 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
Systral Cream 10g ราคา 50 บาท
Systral Cream 25g ราคา 100 บาท

190 Systral3.png

188 Systral1.png

189 Systral2.png


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Thu 28 Jan 2016 11:22 am 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
พฤศจิกายน 2558

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นหมด แต่มีน้ำมันมะกอกเหลืออยู่จากตอนที่เลิกกินอาหารสุขภาพ เลยเอามาทาผิว ปรากฎว่าดีกว่าน้ำมันมะพร้าว แต่รุ่น Extra Vigin Olive Oil กลิ่นแรง หืนๆ

200 Extra Vigin Olive Oil.png

ข้อแนะนำในการเลือกซื้อน้ำมันมะกอกดังนี้

1. น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้า เวอร็จิ้น (Extra Vigin Olive Oil)

มีสีเขียวเข้ม รสชาติเหมือนผลมะกอก เหมาะสำหรับการทำซอสพาสต้า และน้ำสลัด หรือใช้ปรุงอาหารที่ไม่ผ่านความร้อน จัดเป็นน้ำมันมะกอกที่ดีที่สุด ซึ่งมีสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพสูงกว่าน้ำมันมะกอกชนิดอื่น ผลิตโดยไม่ผ่านกระบวนการทางเคมีหรือความร้อน ใช้วิธีการบีบเอาน้ำมันจากผลมะกอกสด (cold pressing process)

2. น้ำมันมะกอกเวอร์จิน หรือ (Virgin Olive Oil)

เหมาะสำหรับการทำพาสต้าซอส, และทำน้ำสลัด ผลิตโดยไม่ผ่านกระบวนการทางเคมีหรือความร้อน ใช้วิธีการบีบเอาน้ำมันจากผลมะกอกสด (cold pressing process) แต่จะใช้ผลมะกอกที่แก่กว่าน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้า เวอร็จิ้น มีคุณภาพรองลงมาจากน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น (Extra Vigin Olive Oil) และมีราคาถูกกว่า

3. น้ำมันมะกอกที่มีการผสม (Olive Oil, Pure Olive Oil)

เหมาะสำหรับการใช้ผัดหรือทอดในระยะเวลาสั้นๆ เช่น ทอดไข่เจียว หรือ ผัดผัก เป็นต้น มีการผสมกันระหว่างน้ำมันมะกอกชนิด Extra Vigin Olive Oil กับน้ำมันมะกอกที่ผ่านกรรมวิธีเพื่อเพิ่มประโยชน์มากขึ้นและราคาไม่แพงจนเกินไป

4. น้ำมันมะกอกผ่านกรรมวิธี (Refined Olive Oil, Light Olive Oil, Extra Light Olive Oil)

เหมาะสำหรับการทอดนานๆ เช่น ทอดปลา ทอดน่องไก่ เป็นต้น เป็นน้ำมันมะกอกที่ใช้กระบวนการทางเคมี ผ่านการใช้ความรร้อน มีการสกัดกลิ่น สี รส ออกไป ทำให้สูญเสียสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นจำนวนมาก มีสีอ่อนกว่าชนิดอื่น และราคาค่อนข้างถูก

5. น้ำมันกากมะกอก (Olive Pomace Oil)

เหมาะสำหรับการนำมาทอดอาหารที่ใช้ความร้อนสูง ผลิตโดยการสกัดน้ำมันจากกากมะกอก ผ่านกระบวนการทางเคมีและความร้อน เป็นน้ำมันมะกอกที่มีคุณภาพต่ำที่สุด แต่ก็ถือเป็นน้ำมันที่ใช้ในการประกอบอาหารได้อยู่


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Thu 28 Jan 2016 11:35 am 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
มกราคม 2559

อาการคันหายเกือบสนิทแล้ว 99.5% มีคันบ้างเล็กๆน้อยๆ เพราะต้องคิดเรื่องต่างๆในชีวิตประจำวัน ต้องเจอคนที่ไม่มีธรรม พอรู้ตัวว่าคันต้องรีบปล่อยวางอารมณ์ ตั้งสติ

SAM_5665.JPG SAM_5670.JPG
SAM_5648.JPG SAM_5658.JPG


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Thu 28 Jan 2016 4:07 pm 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
- ห้ามเครียดทุกกรณี ไม่ว่าเรื่องดี เรื่องสร้างสรรค์ หรือเรื่องทุกข์ มันมีผลกระทบหมด
- ถึงเวลากินต้องหยุดงานทุกอย่างทันที ฝึกการทำงานเป็นขยักๆ ช้า เสียเวลาในการทบทวน แต่สุขภาพดี
- 3 ทุ่มต้องปิดคอม เตรียมนอน อนุญาตให้ฟังเสียงสารคดีหรือธรรมะได้


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Sun 26 Mar 2017 9:53 pm 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
ปัจจุบันอาการคันหายสนิทแล้ว

ตั้งแต่ต้นปี 2559 หลังจากทราบว่าปัญหาเกิดจากความเครียด และค้นพบวิธีทำให้นอนหลับเร็วๆ นอนตรงเวลา ตื่นตรงเวลา กินอาหารตรงเวลา ถึงเวลาพักต้องพัก อาการคันก็หายสนิทแล้ว


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: ประสบการณ์การรักษา เซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis
PostPosted: Fri 20 Sep 2019 12:36 pm 
Offline
Site Admin

Joined: Fri 01 May 2009 8:55 pm
Posts: 2253
ภูมิคุ้มกันเป็นพิษ

ToqTaeq Kerdmee
11 August 2019
https://www.facebook.com/taek.ladylg/posts/2230267793757775

อุทาหรณ์สำหรับคนพักผ่อนน้อย(ภูมิคุ้มกันเป็นพิษ)

เริ่มเป็นคนทำงานเป็นกะ (shift) จึงไม่สามารถควบคุมเวลานอนหรือเวลาตื่นได้ ทำให้บางวันที่ต้องเข้าดึกมากๆ อย่างตี3 ก็ไม่ได้นอนเลย เพราะเหตุนอนไม่หลับ เป็นเช่นนี้ได้อยู่ 3เดือนกว่า คิดว่าตัวเองไหว ร่างกายพักผ่อนแค่นี้ ยังไงก็ไหว จนเรื่องนี้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ต้องทำงาน แล้วเกิดอาการคันตามเนื้อตัว จึงคิดว่าเป็นแค่แมลงกัด แต่ตอนเช้าอาการไม่ค่อยดีนัก เพราะคุ่มเริ่มกระจายตามตัวเยอะขึ้น จนไปหาหมอที่แรก .....หมอแจ้งแค่ว่าแมลงกัด หมอไม่ได้ขอตรวจอะไรเลย ถามแค่ว่าไปโดนอะไรกัดมา แล้วให้ยาแก้แพ้และยาทามาแค่นั้น (โมโหหมอถึงทุกวันนี้) จากนั้นตกเย็นได้ไปงานวันเกิดเพื่อน และทานอาหารทะเลเหมือนปกตอที่เคยทาน และเริ่มมีอาการคันจริงจังมากขึ้น ทั้งหลัง
กลับห้องมาเริ่มมีตุ่มสีแดงขึ้นตามหลัง จนไม่สามารถนอนได้ ตอนนั้นคิดในแง่ดีว่ายาที่หมอให้คงยังไม่ออกฤทธิ์ จึงทนนอนจนถึงเช้า สรุปเช้ามา ขึ้นหนักกว่าเดิม เริ่มมีตุ่มใสๆ และมีไข้ตามมา จึงไปหาหมอที่ที่สอง หมอบอกคืออาการแพ้ อาจจะแพ้จากเสื้อผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม หมอจุงให้ไปรักษาต่อที่สถาบันโรคผิวหนังต่อ แต่ในเวลานั้นเหลือแต่คลินิคนอกราชการ จึงตัดสินใจกลับบ้านไปเพราะแถวบ้านมีศูนย์โรคผิวหนัง เช่นเดียวกัน
ระหว่างรอพบแพทย์ เริ่มมีอากาไข้ขึ้น คันลงไปทั้งแขน และขา จนพบหมอ หมอก็แจ้งว่ามีอาการแพ้เช่นเดียวกัน และได้ฉีดยาให้ตุ่มลด
กลับมาพักผ่อนที่บ้านคิดว่าน่าจะหาย คืนนั้นกลับเป็นคืนที่หลอนที่สุด คือไม่สามารถใส่เสื้อผ้านอนได้ ร่างกายร้อนดั่งไฟ คันเหมือนมีมดในตัวเป็นล้านๆตัว จนตอนเช้สครอบครัวพามารพ อีกที่นึง วัดไข้ได้ 40.2องศา ความดันตกลงไปเยอะมาก โชคดีที่ยังตอบสนองได้บ้าง หมอจึงสั่งให้แอดมิท และรอผลเลือด หมอรักษาด้วยการให้นาฆ่าเชื้อทางกระแสเลือดและนาทุกอย่างทางกระแสเลือด และโดนกักในห้องแยก ไข้เริ่มลด และเริ่มมีปื้นเลือดขึ้นตามตัวมาแทน เหมือนในรูป
คุณหมอบอกว่าเราเป็นภูมิคุ้มกันเป็นพิษ เพราะพักผ่อนน้อย ไม่ค่อยออกกำลังกาย วันนี้จึงมาแชร์ข้อคิดให้เตือนตัวเองและคนรอบข้างว่า อย่าทำงานหาเงินเพื่อรักษาตัวเองใน รพ. ♥️♥️♥️♥️♥️♥️ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง มากจ้า

snap4262.png


Top
 Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 50 posts ]  Go to page Previous  1, 2

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 3 guests


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Search for:
Jump to: