It is currently Sun 01 Nov 2020 8:00 am

All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 2 posts ] 
Author Message
 Post subject: การุณยฆาต (Mercy Killing, Euthanasia)
PostPosted: Tue 05 Mar 2019 1:51 pm 
Offline

Joined: Tue 05 May 2009 8:20 pm
Posts: 258
‘การุณยฆาต’ ภาษาอังกฤษเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Mercy Killing ส่วนคำศัพท์อย่างเป็นทางการคือ Euthanasia

ความหมายของการุณยฆาต คือ การกระทำจงใจยุติชีวิตของบุคคลเพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานหรือความเจ็บปวด การยุติการรักษา หรือในอีกกรณีหนึ่งคือ การทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยเจตนาโดยวิธีการที่ไม่รุนแรง ซึ่งจะได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์

Euthanasia มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก ประกอบด้วยคำว่า Eu หมายถึง Good และ Thanatos หมายถึง Death แปลรวมความว่า ‘ตายดี ตายสงบ’

แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

การการุณยฆาตเชิงรุก (Active Euthanasia) กระทำโดยการให้สารหรือวัตถุใด ๆ อันเร่งให้ผู้ป่วยถึงแก่ความตาย ซึ่งวิธีนี้เป็นที่ถกเถียงอยู่ในปัจจุบันเช่นกัน

การุณยฆาตเชิงรับ (Passive Euthanasia) กระทำโดยการยุติการรักษาให้แก่ผู้ป่วย วิธีนี้ได้รับการยอมรับมากที่สุดและเป็นที่ปฏิบัติกันในสถานพยาบาลหลายแห่ง

10 ประเทศที่การุณยฆาตถูกกฏหมาย

Euthanasia-cv-web.jpg

***สวิซเซอร์แลนด์ ***
สำหรับประเทศสวิซเซอร์แลนด์ ถือเป็นประเทศที่มีกฏหมายอนุญาตให้ผู้ป่วยสามารถจบชีวิตของตัวเองด้วยความช่วยเหลือของแพทย์ ในวิธีแบบเชิงรุก (Active Euthanasia) นับตั้งแต่ปี 1942 ซึ่งเป็นประเทศเดียวที่มีสถาบันให้ความช่วยเหลือทางด้านการุณยฆาตสำหรับคนต่างชาติ แต่การกระทำของผู้ป่วยต้องไม่เป็นไปตามความเห็นแก่ตัวและทิ้งภาระต่างๆไว้กับคนที่อยู่เบื้องหลัง

เป็นเพียงชาติเดียวในโลกที่มีศูนย์ช่วยเหลือด้านการฆ่าตัวตายภายใต้การช่วยเหลือทางการแพทย์สำหรับคนต่างชาติ

โดยก่อนการทำการุณยฆาตต้องดำเนินเรื่องราวมายังสถาบัน และได้รับการอนุญาตจากสถาบันอีกทีหนึ่งก่อน เรียกว่า สัญญาณไฟเขียว ต้องได้รับการตรวจสอบจากแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงญาติพี่น้องต้องได้รับทราบเรื่องดังกล่าวก่อนเป็นสิ่งสำคัญ

กระทำโดยฉีดสารโซเดียวเพนโทบาร์บิทอล (Pentobarbital) หรือในชื่อ เนมบูทอล (Nembutal) เข้าสู่กระแสเลือด โดยมีฤทธิ์กดประสาท ทำให้ผ่อนคลาย จิตใจสงบ และกล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงาน

เนเธอร์แลนด์
เนเธอร์แลนด์ เป็นประเทศแรกในโลกที่การุณยฆาตถูกต้องตามกฎหมาย ได้มีการออกกฎหมายอย่างเป็นทางการในปี 2545 ทำได้ในผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ใช้เฉพาะกับผู้ป่วยระยะสุดท้าย ผู้ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน นอกจากนี้ผู้ป่วยจะต้องสามารถควบคุมความสามารถทางสติปัญญาได้อย่างเต็มที่เมื่อพวกเขาขอการการุณยฆาตจากแพทย์

ออสเตรเลีย

การจบชีวิตโดยการช่วยเหลือของแพทย์ ยังเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมายของประเทศออสเตรเลีย แต่เมื่อไม่นานมานี้ รัฐวิกตอเรีย ของออสเตรเลียเท่านั้น ที่ผ่านร่างกฏหมายดังกล่าวในช่วงปี 2017 ที่ผ่านมา โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือน มิถุนายน ปี 2019 ไม่อนุญาตให้มีเจตนายุติชีวิตผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มอาการเสื่อมของระบบประสาทซึ่งอาจมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปีและจะต้องมีแพทย์ 2 คน ที่พร้อมให้ความเห็นว่าจะตายใน 12 เดือน

แคนาดา

วุฒิสภาแคนาดาออกกฎหมายการุณยฆาต ที่อนุญาตให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายจบชีวิตตัวเองโดยอาศัยความช่วยเหลือของแพทย์ได้ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ผลักดันร่างกฎหมายนี้ ตั้งแต่ปี 2016

โดยต้องมีอายุมากกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และต้องเป็นผู้ป่วยที่รักษาในระยะสุดท้าย เพื่อป้องกันนักท่องเที่ยวเดินทางมาจบชีวิต แคนาดาจึงต้องเป็นผู้ที่มีประกันสุขภาพของแคนาดาเท่านั้น จึงสามารถรับบริการได้

เบลเยียม

เบลเยียมเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายอนุญาตและบังคับตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2545 กฎหมายระบุว่าแพทย์และนักจิตวิทยาต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการหากความสามารถของผู้ป่วยมีข้อสงสัย การทำการจบชีวิตด้วยแพทย์ ผู้ป่วยและแพทย์ตัดสินใจร่วมกันเพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุดเพื่อยุติชีวิตของผู้ป่วยโดยไม่มีจำกัดอายุขั้นต่ำ สถิติอายุน้อยสุด 9 ปี

โคลัมเบีย

โคลัมเบีย เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 ศาลรัฐธรรมนูญโคลัมเบียได้กำหนดว่าต้องเป็นผู้ป่วย”ป่วยหนัก” เป็นบุคคลที่มีภาวะเช่นโรคเอดส์ ไตวายล้มเหลวของมะเร็งตับและภาวะขั้วอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับความทุกข์ทรมานมาก และกฎหมายอนุญาตการุณยฆาตในโคลัมเบียไม่อนุญาตให้มีเจตนายุติชีวิตผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจากโรคความเสื่อมเช่นโรคอัลไซเมอร์ และ โรคพาร์กินสัน เป็นต้น

มีข้อแม้ว่า ผู้เข้ารับการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวจะต้องไม่เป็นเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จะต้องเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้ายและมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน แต่ถ้าหากผู้ป่วยอยู่ในอาการโคม่า ไม่รู้สึกตัว สมาชิกในครอบครัวหรือผู้แทนโดยชอบธรรมจะต้องถูกบันทึกเสียง ถ่ายวิดีโอหรือเซ็นชื่อในหนังสือแสดงความยินยอมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

อินเดีย

อินเดียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่การการุณยฆาตเป็นกฎหมาย ในผู้ป่วยระยะสุดท้าย (Passive Euthanasia) เท่านั้น กฎหมายฉบับนี้ได้รับการอนุมัติโดยศาลฎีกาแห่งอินเดียในปีพ. ศ. 2554 การยุติชีวิตในเชิงรุก การเร่งให้เสียชีวิต (Active Euthanasia) ยังเป็นสิ่งผิดกฏหมายในประเทศนี้อยู่

ลักเซมเบิร์ก

ลักเซมเบิร์กเป็นประเทศที่สามในสหภาพยุโรปที่การการุณยฆาตถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้แพทย์สามารถยุติการใช้ชีวิตของผู้ป่วยในระยะสุดท้ายได้ กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้การตัดสินใจดังกล่าวได้รับการอนุมัติโดยคณะผู้เชี่ยวชาญและแพทย์สองคน

อเมริกา

จำกัดได้เพียง 5 รัฐในอเมริกาเท่านั้นที่กฏหมายอนุญาต ซึ่งเป็นการการุณยฆาตในรูปแบบเชิงรับ Passive Euthanasia เท่านั้น

1.โอเรกอน (Oregon) การจบชีวิตโดยความช่วยเหลือจากแพทย์ ถูกกฏหมายภายใต้องค์กร Death with Dignity (DWD) ในปี 1997 โดยอนุญาตแก่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายหรือไม่มีหนทางรักษา โดยต้องมีการทำจดหมายและมีพยานในการกระทำสิ่งนี้ แพทย์ทั้งสองคนต้องเห็นด้วยในโรคและความสามารถในการมีชีวิตของผู้ป่วย

2.วอชิงตัน (Washington) เป็นรัฐที่สองต่อจากรัฐโอเรกอนที่อนุญาต กฏหมายในรัฐนี้คล้ายกับรัฐโอเรกอน โดยต้องมีจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องเป็นผู้ป่วยในระยะสุดท้าย โดยมีอายุขัยเฉลี่ยไม่เกิน 6 เดือน

3.มอนตานา (Montana) ในเดือนธันวาคม ปี 2009 ศาลปกครอง อนุญาตให้การจบชีวิตโดยการช่วยเหลือของแพทย์ถูกกฏหมาย โดยแพทย์จะทำการสั่งยา และผู้ป่วยจะเป็นคนจัดการด้วยตนเอง

4.เวอร์มอนต์ (Vermont) ในปี 2013 อนุญาตให้การจบชีวิตโดยการช่วยเหลือของแพทย์ถูกกฏหมาย แต่ต้องมีคำขอร้องจากผู้ป่วยปากเปล่า 2 ครั้ง และ จดหมายเพื่อเป็นลายลักษณ์อีก 1 ฉบับ

5.แคลิฟอร์เนีย (California) อนุญาตให้มีการช่วยเหลือโดยแพทย์ตามกฎหมายว่าด้วยการยุติการใช้ชีวิต (มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2016) แต่ต้องผู้ป่วยคาดว่าจะเสียชีวิตภายใน 6 เดือนหรือน้อยกว่า นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้ป่วยส่งคำขอร้องปากเปล่า 2 ครั้ง และ จดหมายเพื่อเป็นลายลักษณ์อีก 1 ฉบับ

ญี่ปุ่น

รัฐบาลญี่ปุ่นออกกฏหมายที่การจบชีวิตเชิงรุก และ แบบเชิงรับถูกกฏหมาย โดยรวมแล้วต้องเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย ใกล้จะเสียชีวิต หรือ ไม่มีหนทางรักษา ผู้ป่วยต้องได้รับการอนุญาตจากแพทย์ ครอบครัว แพทย์ต้องหมดหนทางรักษาอย่างแท้จริง

ในไทยเรามีกฏหมายระบุไว้ตามมาตรา 12 ของ พรบ.สุขภาพแห่งชาติ ปี 2550 ระบุว่า “บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุข ที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้ เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้ปฏิบัติตามเจตนาของบุคคลตามวรรคหนึ่งแล้ว มิให้ถือว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและให้พ้นจากความรับผิดทั้งปวง”

กล่าวคือเราคนไทยมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตจำนงไม่ต้องการรับการรักษาที่เป็นไปเพื่อยื้อชีวิต ซึ่งเข้าข่ายการอนุญาตให้ทำการุณยฆาตเชิงรับ ทว่ามีคนใช้สิทธิเพียงไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ส่วนมากเป็นเพราะไม่รู้ถึงสิทธินี้ จนในที่สุดได้มีกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์รวมตัวกันยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดให้พิจารณามาตราดังกล่าว โดยระบุว่ามีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญและขัดต่อจริยธรรมของแพทย์ที่ต้องช่วยผู้ป่วยอย่างสุดความสามารถ จนเมื่อมิถุนายนปีที่แล้ว ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายกฟ้อง โดยยืนยันความชอบธรรมของมาตรา 12 นี้ว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ทำให้ ‘สิทธิที่จะตาย’ ถูกปัดฝุ่นขึ้นมาใช้กันอีกครั้ง


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: การุณยฆาต (Mercy Killing, Euthanasia)
PostPosted: Wed 06 Mar 2019 10:08 am 
Offline

Joined: Tue 05 May 2009 8:20 pm
Posts: 258
องค์กรที่ช่วยเหลือในการทำการุณยฆาต เช่น Exit, Dignitas, Ex International และ lifecircle

Exit และ Dignitas เป็นสององค์กรที่ใหญ่ที่สุด Switzerland. Exit จะให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้ที่อยู่อาศัยระยะยาวใน Switzerland ในขณะที่ Dignitas จะช่วยเหลือผู้ป่วยต่างชาติที่ต้องการเดินทางมาการุณยฆาตที่ Switzerland

ทุกคนจะต้องเริ่มจากการสมัครเป็นสมาชิก กรอกและยื่นเอกสาร สัมภาษณ์ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนหรือมากกว่านั้น

โดยความต้องการยุติชีวิตนี้จะต้องเป็นไปเพื่อยุติความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน เป็นที่ยอมรับของคนในครอบครัว ไม่ใช่เป็นความเห็นแก่ตัวหรือหลีกหนีหนี้สินภาระต่างๆ

การการุณยฆาตนี้จะให้ผู้ป่วยดื่มยาพิษที่เรียกว่า sodium pentobarbital ซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างสูง โดยอาจทำให้เกิดความรู้สึกแสบร้อนขณะกลืน และมีโดสสูงพอที่จะหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ

หลังจากดื่มยาไปแล้วประมาณ 20-30 วินาที ผู้ป่วยจะรู้สึกง่วงและหลับไป

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ราวๆ 7,500 Franc หรือ 238,000 บาท แต่ถ้าต้องการให้ทำพิธีศพด้วยก็จะประมาณ 10,500 Franc หรือ 333,000 บาท
https://www.thelocal.ch/20180503/what-y ... witzerland

http://www.dignitas.ch

2019-03-06_100605.png

โบรชัวร์ และ เอกสารยื่นความจำนงค์
informations-broschuere-dignitas-e.pdf [192.18 KiB, 205 times]

2019-03-06_101153.jpg


Top
 Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 2 posts ] 

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Search for:
Jump to: